บัวหน้าต่าง ติดด้านหน้า แต่คือเบื้องหลังความสวยที่หลายคนมองข้าม

บัวหน้าต่างสำเร็จรูปที่สามารถใช้ได้ทั้งภายในเเละภายนอก ?

บัวหน้าต่าง

เมื่อเรามองบ้านที่สวยงาม สิ่งแรกที่สะดุดตาอาจเป็นโครงสร้างใหญ่ สีของผนัง หรือรูปทรงของหน้าต่าง แต่เบื้องหลังความลงตัวเหล่านั้น กลับมีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คอยเติมเต็มอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นคือ “บัวหน้าต่าง” องค์ประกอบที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต แต่หากขาดไป บ้านหลังนั้นอาจขาดความสมบูรณ์ไปอย่างไม่น่าเชื่อ

บัวหน้าต่าง

บัวหน้าต่าง คืออะไร?

บัวหน้าต่าง คือกรอบตกแต่งรอบช่องหน้าต่าง ซึ่งทำหน้าที่ทั้งในเชิงโครงสร้างและความงาม โดยช่วยปิดรอยต่อระหว่างผนังกับกรอบหน้าต่าง พร้อมสร้างเส้นสายที่ช่วยให้บ้านดูมีมิติและเป็นระเบียบมากขึ้น บัวหน้าต่างมีทั้งแบบภายนอกและภายใน สามารถเลือกได้ตามสไตล์ของบ้านและความต้องการใช้งาน

ทำไมบัวหน้าต่างถึงสำคัญกว่าที่คิด

ในมุมของนักออกแบบ ‘บัวหน้าต่าง’ คือเส้นสายที่เชื่อมระหว่างแสงธรรมชาติกับสถาปัตยกรรม เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ผนังไม่แบนเรียบจนเกินไป และช่วยขับให้หน้าต่างกลายเป็นจุดเด่นของบ้าน การเลือกบัวหน้าต่างที่เหมาะสมสามารถยกระดับภาพรวมของบ้านได้ทันที

บัวหน้าต่างโค้ง

จุดเด่นของบัวหน้าต่าง:

  • เพิ่มมิติให้ผนังและช่องแสง
  • ช่วยกันฝนและปกป้องรอยต่อ
  • ทำให้บ้านดูหรูหราและมีสไตล์
  • สร้างความกลมกลืนกับองค์ประกอบอื่น เช่น บัวประตูหรือบัวฝ้า

บัวหน้าต่างภายนอก

ประเภทของบัวหน้าต่าง ไม้ ปูน PU PVC ใช้อะไรดี ?

1. บัวหน้าต่างภายนอก

ติดตั้งบัวขอบหน้าต่างด้านนอก ช่วยกันแดดกันฝน เพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน เหมาะกับบ้านเดี่ยวหรืออาคารที่ต้องการความโดดเด่น วัสดุที่นิยมปัจจุบันนี้ คือ ปูน โฟม โพลียูรีเทน (PU) จุดสำคัญที่ควรพิจารณาตามวัตถุประสงค์การใช้งาน คือ เรื่องน้ำหนัก ความทนทาน และความปลอดภัย

บัวหน้าต่างวงกลม

2. บัวหน้าต่างภายใน

ติดตั้งด้านในห้อง จุดประสงค์เน้นความสวยงามหรูหราเป็นหลัก นิยมใช้ในห้องรับแขกหรือห้องนอน บัวภายในสามารถเลือกโทนสีเดียวกับผนังเพื่อให้กลมกลืน หรือเลือกสีขาวที่ต่างจากสีของผนังเพื่อขับขอบหน้าต่างให้เด่นขึ้น

บัวหน้าต่างสำเร็จรูป

3. บัวหน้าต่างโค้ง และบัวหน้าต่างวงกลม

ดีไซน์ยอดนิยมของบ้านโซนยุโรป ไม่ว่าจะตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นหรือคลาสสิก ปัจจุบันคิ้วบัวหน้าต่างสำเร็จรูปสามารถสั่งดัดโค้งได้ตามขนาดจริงของหน้าต่าง

วัสดุบัวหน้าต่างที่นิยมใช้

วัสดุ

จุดเด่น

ข้อควรระวัง

โพลียูรีเทน PU (Polyurethane)

น้ำหนักเบา ดัดโค้งง่าย มีแบบให้เลือกเยอะทาสีได้หลากหลาย
ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก

นอกจากใช้กาวติดตั้งควรใช้ปืนลมยิงแม็กหรือเจาะยึดเพิ่มความแข็งแรง

ไม้

ราคาถูก เหมาะกับงานภายใน

ต้องดูเรื่องประเภทไม้
ปลวกและความชื้น

ปูนปั้น

แข็งแรง เหมาะกับงานภายนอก

น้ำหนักมาก ต้องเจาะผนัง ส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบๆ มีให้เลือกน้อย

 

บัวหน้าต่างโมเดิร์น

บัวหน้าต่างโมเดิร์น

สำหรับบ้านยุคใหม่ แนวคิดคือความเรียบแต่ไม่จืด บัวหน้าต่างโมเดิร์นจึงมักใช้เส้นเรียบ คม และมีขนาดบาง เพื่อไม่ให้บดบังสัดส่วนของผนัง เน้นการใช้โทนสีเดียวกับผนังหรือสีขาวอมเทา ให้ความรู้สึกหรูแบบน้อยแต่มาก

บัวประตูหน้าต่าง

วิธีติดตั้งบัวหน้าต่างให้สวยและทน

  1. วัดขนาดรอบกรอบหน้าต่างให้แม่นยำ
  2. ทำความสะอาดผิวผนังให้เรียบ
  3. วางแผน ตัดเข้ามุม
  4. ทากาวแนบให้แน่น ยิงแม็กยึด และโป๊วเก็บรอยยิง รอยต่อ
  5. เก็บรอยขอบรอบๆชิ้นงานด้วยซิลิโคน วางแผนพ่นหรือทาสีเก็บขอบให้สวย

การเลือกคิ้วบัวติดหน้าต่าง

บัวหน้าต่าง คือชื่อเรียกตามประเภทของการติดใช้งาน (ติดทับขอบวงกบหน้าต่าง) ดังนั้นจริง ๆ แล้ว เราสามารถเลือกแบบบัวติดผนัง ที่มีขนาดกว้างกว่าขอบวงกบประตู (2.5-4cm.) ซึ่งเป็นแบบที่เราชอบมาติดเป็นบัวหน้าต่างได้ซึ่งจะมีตัวเลือกมากกว่า แสดงว่าควรจะเลือกบัวผนังที่ขนาดประมาณ 5cm. (2นิ้ว) ขึ้นไป และขนาดที่นิยมใช้กันปกติคือประมาณ 7-12 cm. (3-5นิ้ว) แต่ถ้าเป็นหน้าต่างบานคู่หรือขนาดใหญ่มากๆ ก็สามารถเลือกขนาดใหญ่ตามความชอบได้เลย และหากต้องการบัวดัดโค้งสำหรับหน้าต่างวงกลมหรือหัวหน้าต่างก็สามารถสั่งทำตามขนาดที่ต้องการได้โดย เชิน หงเอ็นเตอร์ไพรส์

ราคาบัวหน้าต่าง

ราคาขึ้นอยู่กับวัสดุและขนาด โดยบัวหน้าต่างสำเร็จรูปจาก PU เฉลี่ยอยู่ที่ 200 –250 บาท/เมตร
ราคาค่าแรงติดตั้งแล้วแต่ขนาดของบัว พื้นที่หน้างาน หรือความยาก(อยู่สูง) ทั่วไปประมาณ 100-250บาท/เมตร

บัวหน้าต่างสวยๆ

ไอเดียตกแต่งบัวหน้าต่างสวย ๆ ด้วยวัสดุโพลียูรีเทน

  • ใช้บัวสีขาวตัดกับผนังสีเข้ม เพิ่มความโดดเด่น
  • ใช้บัวสีเดียวกับผนังสำหรับสไตล์มินิมอล
  • เลือกบัวหน้าต่าง และชิ้นงานตกแต่งเพิ่มเติมเช่นชิ้นงานแกะสลัก หรือสั่งดัดโค้งหัวหน้าต่าง
  • จับคู่บัวหน้าต่างกับบัวประตูและบัวพื้นให้เป็นชุดเดียวกัน หรือที่ดูเข้ากัน

สรุป

การใช้หน้าต่างคุณภาพและเลือกบัวหน้าต่างสวยๆ ช่วยส่งเสริมทำให้บ้านของคุณดูโดดเด่นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นบัวหน้าต่างภายนอก บัวภายใน และยังมีบทบาทสำคัญทั้งในการใช้งาน

ปัจจุบันมีบัวหน้าต่างสำเร็จรูปให้เลือกมากขึ้น เจ้าของบ้านสามารถแต่งบ้านให้ออกมาดูแพง เหมาะกับการใช้งาน และเงินในกระเป๋าได้ง่ายกว่าที่คิด

“เลือกแบบบัวประตูหน้าต่าง เพิ่มเติมเหรือแอดไอดีไลน์ตามภาพเพื่อปรึกษาพูดคุย”
บัวประตูหน้าต่าง

บัวขอบหน้าต่างเหมาะกับบ้านแบบไหนบ้าง

บ้านแต่ละสไตล์มีบุคลิกของตัวเอง และ “บัวขอบหน้าต่าง” คือเครื่องแต่งกายที่ช่วยขับให้บุคลิกนั้นชัดขึ้น — เหมือนเสื้อสูทที่พอดีตัว ยิ่งเลือกดี ยิ่งดูแพง

สไตล์บ้าน

บัวที่เหมาะ

เหตุผล

โมเดิร์น

เส้นบาง สีเรียบ โทนเดียวกับผนัง

ขับความคมของเส้นแนวตั้ง–แนวนอนให้ดูโมเดิร์น ไม่รกตา

มินิมอล

ขอบเรียบโค้งมน สีขาวด้าน

สะอาดตา ลดความแข็งของผนัง

คลาสสิก

บัวหัวบัวซ้อนหรือลายโค้ง

ให้ความหรูหราแบบยุโรป

ไทยร่วมสมัย

สีครีมหรือเทาอ่อน

เข้ากับวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้และปูน

เมดิเตอร์เรเนียน

บัวโค้งร่วมกับหน้าต่างวงกลม

ดูอบอุ่นละมุนแบบบ้านยุโรปใต้

ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นเวลา “ติดบัวขอบหน้าต่าง PU”

แม้งานติดตั้งบัวขอบหน้าต่าง PU จะดูไม่ซับซ้อน แต่ปัญหาที่เกิดจากรายละเอียดเล็ก ๆ กลับเป็นสิ่งที่ช่างพบเจอบ่อย เช่น:

  • ตัดมุมไม่สนิท → รอยต่อเห็นชัดและรั่วเมื่อโดนฝน
  • ใช้กาวลาเท็กซ์แทนกาว PU → บัวหลุดในไม่กี่เดือน
  • ติดตอนผนังยังชื้น → กาวไม่เกาะแน่น
  • ไม่ยิงแม็กเพิ่ม → บัวหลุดหรือบิดเบี้ยว
  • ไม่อุดซิลิโคนตามแนวรอยต่อ → น้ำซึมเข้าหลังบัว

การเลือกสีบัวขอบหน้าต่างให้เข้ากับผนัง

หลักง่าย ๆ คือ “คอนทราสต์อย่างพอดี” ไม่ต้องให้เด่นจนโดด แต่ต้องมีให้รู้ว่ามี

  • ผนังขาว → บัวสีเทาอ่อน เพิ่มความมิติ
  • ผนังเทา → บัวขาวด้าน ทำให้ภาพรวมดูหรู
  • ผนังไม้ → บัวสีขาวอมเทา ละมุนและคลาสสิก
  • ผนังสีเข้ม → บัวขาวหรือครีมช่วยให้บ้านดูสว่าง

เทรนด์ดีไซน์ใหม่ของบัวขอบหน้าต่างในปีปัจจุบัน

เทรนด์ปี 2568 คือ “เส้นที่เรียบง่าย แต่ดูจบ” เจ้าของบ้านรุ่นใหม่เริ่มเลือกบัวที่มีฟังก์ชันและดีไซน์ไปพร้อมกัน:

  1. บัวเส้นบาง ลายเรียบ สีขาวด้าน
  2. บัวขอบโค้งมน (Soft Edge)
  3. บัว PU สำเร็จรูปที่ดัดโค้งได้
  4. บัวต่อเนื่องจากฝ้า–พื้น เป็น “ระบบบัวครบชุด”
  5. บัวดีไซน์เฉพาะจุด เช่น ใช้เฉพาะรอบหน้าต่างใหญ่ เพื่อเน้นงานไฟส่องเฉียง

ดูแลบัวขอบหน้าต่างอย่างไรให้อายุใช้งานยาว

  1. เช็ดคราบน้ำฝนและฝุ่นปีละ 1-2 ครั้ง
  2. ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนแทนสารเคมีแรง
  3. ตรวจซิลิโคนรอยต่อปีละครั้ง
  4. ทาสีเคลือบกัน UV ทุก 3-4 ปี

*ข้อมูลเพิ่มเติม*
กดเลือกดูแบบบัวประตู